วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สาหวาดดีคร้าบพ่อแม่พี่น้องทุกๆคน วันนี้ผมจะมาพูดถึงการศึกษาของประเทศที่เรารัก คงเป็นประเทศใดไปไม่ได้คร้าบทุกคน ต้องเป็นประเทศไทยของเราอยู่แล้วคร้าบ เมื่อกล่าวถึงการศึกษาทุกคนคงคิดเหมือนกับผมใช่ไหมคร้าบ ว่ามันเป็นเรื่องน่าเบื่อ ไร้สาระ นักเรียนตีกัน แต่มันก้มีด้านดีในแบบของมันนะนะคร้าบ

การศึกษาไทย


การศึกษาในประเทศไทย เป็นการศึกษาที่จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย โดยภาครัฐจะเข้ามาดูแลโดยตรงและเปิดโอกาสให้เอกชนมีส่วนร่วมในการศึกษาตั้งแต่ระดับการศึกษาปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา สำหรับการศึกษาภาคบังคับในประเทศไทยนั้นได้กำหนดให้พลเมืองไทยต้องจบการศึกษาอย่างน้อยที่สุดในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น    และต้องเข้ารับการศึกษาอย่างช้าสุดเมื่ออายุ 7 ปีซึ่งการศึกษาภาคบังคับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งแบ่งออกเป็นระดับชั้นประถมศึกษา 6 ปีและมัธยมศึกษา 6 ปี นอกจากนี้แล้วการศึกษาขั้นพื้นฐานยังรวมถึงการศึกษาปฐมวัยอีกด้วย  ทั้งนี้รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายตามความในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550  ส่วนการบริหารและการควบคุมการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจะดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ ในปัจจุบันการศึกษาในประเทศไทยมีทั้งสิ้น 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย                
 อย่างไรก็ตามการจัดการศึกษาของประเทศไทยนั้นถูกมองว่าล้าหลังและล้มเหลวเสมอมา   กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 ว่า เด็กไทยมีระดับเชาวน์ปัญญา 98.59 ซึ่งต่ำกว่าค่ามัธยฐานของเชาวน์ปัญญาทั้งโลกที่ระดับ 100 โดยเด็กไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสติปัญญาน้อยที่สุด สูงขึ้นมาจึงเป็นภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคกลางตามลำดับ

ระบบโรงเรียน




สำหรับระบบการศึกษาในโรงเรียนของประเทศไทยนั้นจะแบ่งการศึกษาออกเป็น 4 ช่วงชั้น คือ ช่วงชั้นที่ 1 ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 ช่วงชั้นที่ 2 ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ช่วงชั้นที่ 3 คือระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (มัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3) และช่วงชั้นที่ 4 คือระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (มัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6)  โดยในช่วงชั้นที่ 4 นั้นนอกจากจะมีการจัดการศึกษาในสายสามัญแล้ว ยังมีการจัดการศึกษาในสายอาชีพด้วย ซึ่งในระดับชั้น ปวช. 1 - 3 นั้นจะเทียบเท่ากับระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยนักเรียนที่เลือกสายสามัญมักมีความตั้งใจที่จะศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ส่วนนักศึกษาที่เลือกสายอาชีพมักวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมสู่การจ้างงานและศึกษาเพิ่มเติม
ในการเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย รวมไปถึงอาชีวศึกษาจำเป็นต้องมีการสอบข้อเขียนซึ่งจัดสอบโดยโรงเรียน ส่งผลให้ในบางครั้งอาจมีปัญหานักเรียนไม่มีที่เรียนได้   นอกจากนักเรียนจะต้องสอบข้อเขียนของโรงเรียนแล้ว นักเรียนจำเป็นต้องมีคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ(ONET) ซึ่งมีการจัดสอบในช่วงปลายภาคเรียนที่ 2 ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และปลายภาคเรียนที่ 2 ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  ยื่นประกอบในการพิจารณา ส่วนการทดสอบระดับชาติของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 จะนำไปใช้ในการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย  สำหรับประเทศไทยนั้นมีการแบ่งโรงเรียนออกเป็น 2 รูปแบบ คือ โรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชน   ดยโรงเรียนรัฐนั้นจะบริหารจัดการโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือหน่วยงานอื่นๆที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น ส่วนโรงเรียนเอกชนจะบริหารจัดการโดยกลุ่มบุคคลหรือมูลนิธิต่างๆที่มีใบอนุญาตจัดตั้ง  ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วมักเป็นโรงเรียนที่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม เป็นหลัก ในเขตชนบทของประเทศไทยนั้นหลายๆโรงเรียนมีลักษณะเป็นโรงเรียนขยายโอกาส คือ มีการจัดการเรียนการสอนระดับชั้นประถมศึกษา - มัธยมศึกษาตอนต้น หรืออาจมีการจัดการเรียนการสอนในระดับการศึกษาปฐมวัยด้วยก็ได้  เนื่องจากการขาดแคลนงบประมาณทางการศึกษาแก่โรงเรียนชนบท ส่งผลให้นักเรียนที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทเลือกที่จะเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนเอกชนมากกว่าโรงเรียนของรัฐ เนื่องจากมีความเชื่อมั่นว่าคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนอยู่ในระดับมาตรฐานที่ดี  หรือเข้าศึกษาต่อในเขตเมืองของจังหวัดนั้น ๆ

ระบบชั้น



การจัดการศึกษาในประเทศไทยในระดับชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาและในระดับอาชีวศึกษาจะแบ่งออกเป็น 2 ภาคการศึกษาโดยภาคการศึกษาแรกจะจัดการเรียนการสอนระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคมถึงวันที่ 11 ตุลาคมของทุกปี ในขณะที่ภาคการศึกษาปลายจะเริ่มวันที่ 1 พฤศจิกายนถึงวันที่ 1 เมษายนอย่างไรก็ตามมีความพยายามในการปรับเปลี่ยนเวลาการเปิดภาคการศึกษาใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มประเทศอาเซียน แต่กระทรวงศึกษาธิการยังคงยืนยันที่จะกำหนดวันเปิดปิดภาคเรียนตามเดิม สำหรับในระดับอุดมศึกษานั้นมีการจัดการเรียนการสอนออกเป็นทวิภาค ยกเว้นหลักสูตรนานาชาติที่จัดการเรียนการสอนแบบไตรภาค โดยมีภาคฤดูร้อนให้นิสิต/นักศึกษาสามารถเข้ามาศึกษาได้ สำหรับประเทศไทยได้แบ่งระดับชั้นการศึกษาไว้ดังตารางด้านล่างนี้

ระดับชั้นอายุ
สายสามัญสายอาชีพ
การศึกษาปฐมวัย
เตรียมอนุบาล2-3
อนุบาล3-5
ประถมศึกษา
ประถมศึกษาปีที่ 16 - 7
ประถมศึกษาปีที่ 27 - 8
ประถมศึกษาปีที่ 38 - 9
ประถมศึกษาปีที่ 49 - 10
ประถมศึกษาปีที่ 510 - 11
ประถมศึกษาปีที่ 611 - 12
มัธยมศึกษาตอนต้น
มัธยมศึกษาปีที่ 112 - 13
มัธยมศึกษาปีที่ 213 - 14
มัธยมศึกษาปีที่ 314 - 15
มัธยมศึกษาตอนปลายอาชีวศึกษา
มัธยมศึกษาปีที่ 4ประกาศนียบัตรวิชาชีพ 115 - 16
มัธยมศึกษาปีที่ 5ประกาศนียบัตรวิชาชีพ 216 - 17
มัธยมศึกษาปีที่ 6ประกาศนียบัตรวิชาชีพ 317 - 18
อุดมศึกษา
อุดมศึกษา (วิทยาลัย หรือ มหาวิทยาลัย)ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงอายุหลากหลาย ส่วนใหญ่ใช้เวลาเรียน 4 - 6 ปี


เครื่องแบบนักเรียนนักศึกษา


ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่กำหนดให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบนักเรียนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษา โดยมีการประกาศเป็นกฎหมายในพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551โดยสถานศึกษาจะต้องกำหนดเครื่องแบบให้ตรงตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการหรืออาจใช้เครื่องแบบอื่นตามที่สถานศึกษากำหนดก็ได้ โดยเครื่องแบบต่างๆของทุกระดับชั้นจะถูกกำหนดโดยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 ซึ่งเกิดขึ้นมาจากความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551สำหรับในระดับอุดมศึกษานั้น ประเทศไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศของโลกร่วมกับ ประเทศลาว ประเทศกัมพูชาและประเทศเวียดนามที่มีการบังคับใช้เครื่องแบบในระดับอุดมศึกษาสำหรับในส่วนของเครื่องแบบในระดับอุดมศึกษานั้นยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในด้านต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามความคิดเห็นของนักศึกษา 1,293 คน ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2556 พบว่า ร้อยละ 94.44 มีความคิดเห็นว่าเครื่องแบบยังมีความจำเป็นอยู่

ประวัติศาสตร์การศึกษาไทย



การศึกษาในช่วงแรกอย่างเป็นทางการมีขึ้นที่โรงเรียนวัด โดยจำกัดเฉพาะนักเรียนที่เป็นชายเท่านั้น


จบไปแล้วนะคร้าบกับการนำเสนอเรื่องการศึกษาของประเทศไทย ขอบคุณคร้าบที่ทุกคนเข้ามาดูบล็อกผม ผมหวังว่าบล็อกที่ผมเขียนขึ้นจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคร้าบ
บ๊ายบาย ^^

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

สวัสดีคร้าบ วันนี้เราจะมาพูดถึงโรงเรียนที่น่าอยู่ที่สุดของยานบึงกุ่มกันดีกว่านะคร้าบ
จะเป็นโรงเรียนอะไรไปไม่ได้นอกจากโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ของเรานะคร้าบ
ผมจะเล่าให้ฟังเลยแล้วกันคร้าบ


โรงเรียนสุขุมนวพันธ์
โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ ตั้งอยู่ที่ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม ใกล้กับสำนักงานเขตบึงกุ่ม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 โดยนำชื่อมาจาก "ดร.สุขุม นวพันธ์" ผู้อุปถัมภ์โรงเรียนมาตั้งเป็นชื่อ ปัจจุบันเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ แบบสหศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน)กระทรวงศึกษาธิการ

ประวัติ

โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ เดิมชื่อ "โรงเรียนบางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์" ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2537 ในสมัยของท่านอธิบดีบรรจง พงศ์ศาสตร์ อธิบดีกรมสามัญศึกษาในขณะนั้น ด้วยความริเริ่มของท่านผู้อำนวยการบรรจบ เสริมทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิในขณะนั้น เนื่องจากโรงเรียนบางกะปิมีนักเรียนเข้าศึกษาต่อเป็นจำนวนมาก สถานที่ของโรงเรียนไม่เพียงพอที่จะรองรับนักเรียนได้ทั้งหมด อีกทั้งในเขตชุมชนละแวกคลองกุ่ม บุตรหลานที่เข้าศึกษาต่อโรงเรียนมัธยมศึกษาต้องเดินทางลำบากในการไปโรงเรียนซึ่งห่างไกลจากชุมชนนั้นมาก จึงได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งโรงเรียนบางกะปิสาขาขึ้น เริ่มทำการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2537 โดยในช่วงแรกยังอาศัยอยู่ในพื้นที่โรงเรียนบางกะปิ และท่านผู้อำนวยการศิริลักษณ์ นันทพิศาล ผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิท่านต่อมา ได้เล็งเห็นว่าพื้นที่ของโรงเรียนบางกะปิไม่เหมาะสมที่จะสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนบางกะปิสาขาได้อีก จึงได้ดำเนินการหาที่ดินเพื่อดำเนินการก่อสร้างโรงเรียนบางกะปิสาขา ในบริเวณเขตบางกะปิจำนวนหลายราย
ในที่สุด ดร.สุขุม และคุณเมธ์วดี นวพันธ์ ท่านได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา จึงได้บริจาคที่ดินจำนวน 7 ไร่ ตั้งอยู่หลังสำนักงานเขตบึงกุ่ม และได้ดำเนินการออกโฉนดเสร็จสิ้นใน พ.ศ. 2540 และกรมสามัญศึกษาได้จัดสรรงบประมาณสร้างอาคารเรียนชั่วคราวถอดประกอบได้ จำนวน 4 หลัง 12 ห้องเรียน ปลูกในพื้นที่โรงเรียนบางกะปิ ต่อมาท่านผู้อำนวยการแคล้ว ทัศนพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิ ได้ประสานจัดอัตราครูจำนวน 12 อัตรา ให้กับโรงเรียนบางกะปิสาขา และเริ่มจัดนักเรียนในระดับชั้น ม.1-3 ระดับชั้นละ 3 ห้องเรียน ในปีการศึกษา 2538
ต่อมากระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศจัดตั้งโรงเรียนบางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2540 โดยแต่งตั้งนางมานี ขำเพ็ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิ เป็นผู้บริหารโรงเรียนคนแรก ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 กรมสามัญศึกษา ได้แต่งตั้ง นางกานดา สุขทุม ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนราชวินิตบางแคปานขำ รักษาราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ และได้รับจัดสรรอาคารชั่วคราวกึ่งถาวร 1 หลัง จำนวน 4 ห้องเรียน พร้อมโต๊ะและเก้าอี้ ครู และนักเรียน ได้ดำเนินการจัดสร้างในที่ดินของโรงเรียนบางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ หลังสำนักงานเขตบึงกุ่ม แต่เนื่องจากสถานที่ยังไม่เอื้ออำนวยในการจัดการเรียนการสอน จึงยังคงอาศัยอยู่ในโรงเรียนบางกะปิ และในปีงบประมาณ 2542 โรงเรียนได้รับงบประมาณ 69.2 ล้านบาท สำหรับสร้างอาคารเรียนแบบพิเศษ 8 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน แล้วเสร็จในต้นปี พ.ศ. 2544
ต่อมากรมสามัญศึกษา ได้แต่งตั้งให้ นางสุกัญญา ภู่พันธาภักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าช้างวิทยาคม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ ขณะที่ยังใช้อาคารเรียนร่วมกันกับโรงเรียนบางกะปิ ต่อมาในปีการศึกษา 2544 ได้ย้ายมาทำการเรียนการสอนในพื้นที่ปัจจุบัน และดำเนินการรับสมัครนักเรียนเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 สถานที่แห่งใหม่ตั้งอยู่เลขที่ 818 หมู่ 4 ถนนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร โรงเรียนได้ดำเนินการบริหารจัดการเรียนการสอนจนเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง ชุมชน และท่านผู้อุปถัมภ์โรงเรียน และได้ผ่านการประเมินภายนอก รอบแรก จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ "หนึ่งอำเภอหนึ่งโรงเรียนในฝัน"
ปีการศึกษา 2546 ท่าน ดร.สุขุม นวพันธ์ ผู้อุปถัมภ์โรงเรียน มีความชื่นชมและเห็นความก้าวหน้าของโรงเรียนอย่างต่อเนื่องท่านได้ บริจาคที่ดินเพิ่มเติมจำนวน 3 ไร่ รวมเป็น 10 ไร่ และในปี พ.ศ. 2547 ท่าน ดร.สุขุม และคุณเมธ์วดี นวพันธ์ ได้บริจาคเงินเพื่อสบทบการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ 5 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน จำนวน 12.7 ล้านบาท ร่วมกับงบประมาณที่โรงเรียนได้รับจัดสรรเป็นงบผูกพันปีงบประมาณ 2548 จำนวน 25.6 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นห้องประชุม ห้องเรียน และโรงอาหาร
ในปี พ.ศ. 2547 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แต่งตั้งให้ นายโชว์นันต์ มารุตวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัย ปทุมธานี มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบางกะปิสุขมนวพันธ์อุปถัมภ์เป็นคนที่ 4 ในปี พ.ศ. 2547 โรงเรียนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ในปีการศึกษา 2548 ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โรงเรียนได้รับการประเมินจากคณะกรรมการโรงเรียนในฝัน ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบและแกนนำโรงเรียนในฝัน โรงเรียนได้รับมอบหมายให้เป็นศูนย์การจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ (การใช้โปรแกรม GSP) ของเขตตรวจราชการส่วนกลางกรุงเทพมหานคร และได้รับการประเมินภายนอก รอบ 2 จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ "ดีมาก"
ในวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนจากโรงเรียนบางกะปิสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ เป็น โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านผู้อุปถัมภ์โรงเรียน ดร.สุขุม และคุณเมธ์วดี นวพันธ์ และเพื่อประโยชน์ในการบริหารโรงเรียน อันเนื่องมาจากชื่อโรงเรียนพ้องกันกับโรงเรียนอื่น ในสมัย ฯพณฯ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสะอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ได้แต่งตั้งนายจำลอง เชยอักษร ผู้อำนวยการโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ ทำให้โรงเรียนได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ของโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในปีการศึกษา 2551 โรงเรียนได้รับรางวัลเกียรติคุณสัญญาธรรมศักดิ์ และภายใต้การนำของ นายจำลอง เชยอักษร ผู้อำนวยการโรงเรียน ทำให้โรงเรียนได้รับพระราชทานรางวัลโรงเรียนรางวัลพระราชทาน ประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ประจำปี 2551 จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนับว่าเป็นความภาคภูมิใจของชาวราชพฤกษ์เป็นอย่างยิ่ง
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2553 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 ได้แต่งตั้งให้ นางสุกัญญา ชำนาญศิลป์ รองผู้อำนวยการโรงเรียน ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนในขณะที่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่ เนื่องด้วย นายจำลอง เชยอักษร อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ ได้เกษียณอายุราชการ
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 ได้แต่งตั้งให้ นางอัปษร ปานประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ โรงเรียนได้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์ต่างๆ ภายในบริเวณโรงเรียนให้เหมาะแก่การเรียนรู้ของนักเรียน
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2555 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 ได้แต่งตั้งให้ นายวีระ เจนชัย รองผู้อำนวยการโรงเรียน ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนในขณะที่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียน เนื่องด้วย นางอัปษร ปานประเสริฐ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ ได้เกษียณอายุราชการ
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2555 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง นายเกษม สมภักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ ขอนแก่น มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ โรงเรียนได้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชุมชนใกล้เคียง และโรงเรียนได้รับการประเมินภายนอก รอบ 3 จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ "ดี"
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2557 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ นายเกษม สมภักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนศรีพฤฒา พร้อมกันนี้ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ นายวีระ เจนชัย รองผู้อำนวยการโรงเรียน ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนในขณะที่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนคนใหม่ และในวันที่ 13 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 ได้มีคำสั่งให้ นายวีระ เจนชัย รองผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียน ย้ายไปดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2 จึงได้แต่งตั้งให้ นางปรียานุช สำเนียงสูง รองผู้อำนวยการโรงเรียน ปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียน 

รายชื่อผู้บริหารโรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์

1.นางมานี ขำเพ็ง  
2.นางกานดา สุขทุม3.นางสุกัญญา ภู่พันธาภักดิ์4.นายโชว์นันต์ มารุตวงศ์5.นายจำลอง เชยอักษร6.นางสุกัญญา ชำนาญศิลป์ (รองผู้อำนวยการโรงเรียน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียน)7.นางอัปษร ปานประเสริฐ8.นายวีระ เจนชัย (รองผู้อำนวยการโรงเรียน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียน)9.นายเกษม สมภักดี10.นายวีระ เจนชัย (รองผู้อำนวยการโรงเรียน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียน)11.นางปรียานุช สำเนียงสูง (รองผู้อำนวยการโรงเรียน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียน)12.นายเผด็จ อุทุมสกุลรัตน์                       

ผู้อุปถัมภ์โรงเรียนสุขุมนวพันธ์อุปถัมภ์          

       ผู้อำนวยการคนปัจจุบันของเราชาว สอ.



มาดูส่วนของโรงเรียนกันดีกว่าคร้าบบบ




ห้องประชาสัมพันธ์



กระดาษบนเวที



ศาลาหกเหลี่ยม



ม้าหินอ่อน



อาคารเมธ์วดี


ห้องงานบุคคล



ห้องพยาบาล



โดมกีฬา



ตู้เก็บแสนโกง





ห้องธนาคารโรงเรียน



ภายในห้องพยาบาล



ศาลาแดง



ห้องวิชาการ



ความสุขของนักเรียน



ที่ล้างมือ (มาใหม่)



ศาลาผู้ปกครอง


หกเหลี่ยม



ที่กินน้ำ



อาคาร 2



เป็นไงบ้างละคร้าบโรงเรียนของผม น่าอยู่ปะละ
ใครอย่างมาอยู่สมัครเลยคร้าบผม
ก้ขอจบการพาทัวร์แค่นี้แล้วกันนะ
บ๊ายบายยย